แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ HRIS e-HR ระบบสารสนเทศบริหารทรัพยากรมนุษย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ HRIS e-HR ระบบสารสนเทศบริหารทรัพยากรมนุษย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2552

รวมเว็บไซต์ระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคลในประเทศไทย (Local HRIS Websites)

ผมพยายามรวบรวมเว็บไซต์ของระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคลที่มีขายอยู่ในประเทศไทยมาไว้ เพื่อให้ทุกท่านได้ประโยชน์ร่วมกันครับ

HRMS in Thailad

http://www.powervision.co.th/index.asp
http://www.bhatarapro.com/productview.aspx?id=6
http://www.tjs.co.th/?gclid=CMX70KqNsJwCFUwwpAod9kOkjw
http://www.i-admin.com/solutions_ehr.jsp?_kk=hrms&_kt=39b470f5-f46f-4844-b384-1abd4f73b9aa&gclid=CN_Y3tyNsJwCFZcwpAod4glAiQ
http://www.slc1998.com/products_hrms.html
http://www.prosoft.co.th/index.php?option=com_content&task=view&id=101&Itemid=825&gclid=CJTP8sWRsJwCFZcwpAod4glAiQ
http://www.innova.co.th/innova/solution_hrm_th.aspx
http://www.orisoft.com.my/paywin.asp?product=PAYWIN
http://www.controla.co.th/pd_outpay_edcompare.php



http://www.bbs.co.th/OtherSystem_PR.html
http://www.joincsclub.com/Smartpayroll.html
http://www.profit-account.com/product_page11.htm
http://www.accusoft.co.th/Software/Payroll10ExDetail.htm
http://www.pichayasolution.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-Wealth-Payroll.html
http://www.businessplus.co.th/products.php?p_cat_id=3
http://www.tigersoft.co.th/Software/Software.php
http://www.controla.co.th/pd_outpay_ent.php
http://www.crystalformula.co.th/formula_payroll.asp
http://www.balanceaccount.com/system8.html
http://www.yingyongsoft.com/payroll.htm
http://www.88ware.com/index.php/%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-hrmi/
http://www.software.co.th/productdetail.asp?id=9474
http://www.dbdmart.com/foxdatasystem/product.detail.php?lang=th&cat=93670&id=480736
http://www.as.co.th/HRPro_Payroll.asp
http://www.thaifreelancebid.com/projectdetail.php?project_id=1172
http://www.programautoflight.info/index.php?mo=3&art=298818
http://plusmainfotech.com/payrollsoftware.php
http://www.programbunchee.com/businessplus-pr.html
http://www.panyame.com/
http://www.microsoft.com/thailand/isv_new/industry.aspx?isv_id=1401
http://www.jookku.com/market/mbdetail.php?id=A0304732
http://www.businesstech.co.th/viewpage.php?page_id=41
http://www.smese.net/software_detail.php?id=569
http://www.ssb.co.th/indexauto.php?targetpage=Overview_In_PR&userlanguage=
http://www.triplebridge.co.th/businessplus/products-bp_payroll.html
http://www.trianglesoft.co.th/product/Feature%20Payroll.pdf
http://www.nanosoft.co.th/payrollnetstruc.htm
http://www.amandaaccounting.com/?tag=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A-%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5-%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2
http://www.smlsoft.com/
http://www.hpssolution.com/index.php?option=com_content&task=view&id=21&Itemid=22
http://www.siamsd.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=357747
http://www.genius.in.th/s0105/index.php?pgid=index



Payroll & Talent Mgnthttp://www.humanic.com/

แนวโน้มระบบสารสนเทศสำหรับงานทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต

บทความนี้ผมตอบคำถามให้กับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของนิด้าไว้เมื่อเดือนกันยายน 2552 ที่ผ่านมาครับ

ระบบสารสนเทศสำหรับงานทรัพยากรมนุษย์ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้คือ
1. เทคโนโลยีการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศสำหรับงานทรัพยากรมนุษย์กับผู้ใช้
1.1 องค์การขนาดเล็กและกลางที่ใช้การบริหารงานแบบเก่าโดยเปลี่ยนแปลงการบริหารงานจากระบบครอบครัวไปสู่สากล ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนแปลงจากการเก็บบันทึกข้อมูลแบบไร้การเชื่อมโยง (Standalone) เป็นระบบฐานข้อมูลแบบ Client-Server มาใช้งาน เพราะยังเชื่อว่าระบบนี้ยังมีประสิทธิภาพในเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูล
1.2 องค์การขนาดเล็กที่มีความทันสมัยและมีสาขาการบริหารที่อยู่กันอย่างกระจัดกระจายหรือองค์การขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ต้องเติบโตข้ามชาติจะมีการนำสารสนเทศสำหรับงานทรัพยากรมนุษย์ในรูปแบบฐานข้อมูลบนเว็บ (Web-Based) มาใช้ และยังเชื่อมโยงไปยังระบบอื่นๆ เพื่อนำสารสนเทศไปใช้ในการบริหารในภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลาได้อีกด้วย
1.3 จากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารแบบไร้สายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอาทิเช่น เทคโนโลยี 3G และ 4G จะส่งผลให้องค์การขนาดกลางและใหญ่ที่มีการใช้งานสารสนเทศสำหรับงานทรัพยากรมนุษย์ในแบบ Web-Based ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังระบบอื่นทั่วทั้งองค์การ (ERP) จนชำนาญแล้ว จะมีการพัฒนารูปแบบการใช้งานไปในรูปแบบ Wireless Self Service System ผ่านทางเทคโนโลยีแบบ WAP เพื่อตอบสนองการทำงานของพนักงานที่เป็นพวก Gen Y และ Gen Net ทั้งหลาย โดยจะมีการสร้าง Mobile Application ขึ้นมาตอบสนองทั้งในลักษณะที่เป็น Application บนโทรศัพท์มือถือและการติดตั้งเทคโนโลยีบนยานพหานะอาทิเช่น จอ LCD ในรถยนต์ โดย Application เหล่านี้จะทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่เหล่านี้เข้าถึงระบบได้ง่ายและสามารถเข้าถึงได้จากที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ ซึ่ง Application ต่างๆ เหล่านี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถดำเนินการเอกสารต่างๆ เช่น การลา การอนุมัติเอกสารในระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ได้โดยไม่ต้อง Login ผ่านทางคอมพิวเตอร์
1.4 ต่อจากระบบไร้สายแล้วในขั้นถัดไปการที่ทุกๆ ที่ในโลกถูกเชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมาก จะทำให้เกิดลักษณะการทำงานเป็นแบบ Virtual Office อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมี Multi-Media-Mobile Application ช่วยสนองตอบการทำงานจากที่ทุกที่ในโลกในลักษณะเสมือนจริงเกิดขึ้นได้ อาทิเช่น การนั่งประชุมที่มองเห็นผู้เข้าร่วมประชุมเป็น 3 มิติ เสมือนหนึ่งนั่งประชุมกันในห้องประชุมจริง โดยบรรยากาศรอบห้องประชุมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามใจชอบของผู้เข้าร่วมประชุม เป็นต้น โดยในอนาคตระบบนี้จะเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบสารสนเทศสำหรับงานทรัพยากรมนุษย์เพื่อตอบสนองการทำงานของฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างครบถ้วน ตัวอย่างเช่น
· ระบบการคัดเลือกผู้สมัครแบบ 3 มิติ จะทำให้ผู้สมัครและผู้สัมภาษณ์สามารถพบปะสื่อสารกันด้วยระบบ Multi-Media-Mobile Application โดยไม่จำเป็นต้องเดินทาง ทำให้องค์การสามารถคัดเลือกคนได้อย่างหลากหลายจากที่ไหนก็ได้ในโลก และสามารถสังเกตอารมณ์การแสดงออกของผู้สมัครได้อย่างใกล้เคียงความจริง
· ระบบการฝึกอบรมและพัฒนาแบบ 3D Live คล้ายๆ กับ Academy Fantasia การติดตามการพัฒนาบุคลากรในองค์การสามารถทำได้ตลอดเวลา ทำให้ผู้ติดตามผลการพัฒนาสามารถประเมินผู้เข้าหลักสูตรได้อย่างใกล้ชิด ตลอดจนสามารถนำเอาไปใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรผู้นั้นได้ด้วย

2. ผู้ใช้งานระบบ ในอนาคตนอกจากบุคลากรที่ทำงานในฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์จะเป็นผู้ใช้งานระบบหลักๆ เพื่อบำรุงรักษา เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง พัฒนา และรักษาความปลอดภัยของระบบแล้ว จะมีผู้ใช้จากนอกฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์อีก 3 ส่วนคือ
2.1 ระบบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Employee Self Service)
พนักงานทุกคนในองค์การจะได้รับสิทธิในการเข้าถึงและบริหารจัดการข้อมูลส่วนตัวของตัวเองได้ รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆ ในระบบได้ด้วยตนเอง เช่น การส่งใบลา การจัดการข้อมูลการทำงานล่วงเวลา การประเมินผลการปฏิบัติงาน การวางแผนพัฒนารายบุคคล การวางแผนพัฒนาสายอาชีพของตนเอง เป็นต้น
2.2 ระบบการเข้าถึงข้อมูลของพนักงานระดับบังคับบัญชา (Manager Self Service)
ผู้บังคับบัญชาจะสามารถจัดการและบริหารข้อมูลและสารสนเทศของระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์โดยเชื่อมโยงการทำงานกับระบบอื่นๆ ในองค์การ เพื่อทำให้องค์การบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ได้
2.3 ผู้ใช้จากผู้เชี่ยวชาญภายนอก (Outsource)
ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ จะสามารถเข้าถึงสารสนเทศตามระดับสิทธิเพื่อนำสารสนเทศไปวิเคราะห์แล้วนำมาปรับปรุงและพัฒนาองค์การให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญภายนอกเหล่านี้ ได้แก่ นักพัฒนาองค์การ นักบริหารค่าจ้างและสวัสดิการ นักพัฒนาความสามารถรายบุคคล เป็นต้น

3. การเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
คือเกิดการขาดแคลนนักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญระบบสารสนเทศสำหรับงานทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทย เพราะระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์มีความหลากหลาย การพัฒนาให้ผู้ใช้เกิดความเชี่ยวชาญต้องใช้เวลาและต้นทุนสูง ขณะที่องค์การต่างๆ จะมีขนาดแยกย่อยลงไปเพื่อให้เกิดความคล่องตัวต่อการบริหารจัดการ ยิ่งจะทำให้ผู้เชี่ยวชาญระบบเหล่านี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
ระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ในปัจจุบันสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ
1. ระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์เพื่อการตัดสินใจ
เป็นระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ขนาดใหญ่ที่มีการเชื่อมโยงกับระบบอื่นๆ เช่น ระบบการผลิต ระบบบริหารบัญชีและการเงิน เป็นต้น โดยระบบสารสนเทศเหล่านี้จะช่วยสร้างรายงานสารสนเทศที่จำเป็นต่อการตัดสินใจของผู้บริหาร และช่วยให้องค์การสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งระบบในลักษณะนี้มักจะเป็นระบบขนาดใหญ่ เช่น SAP, Oracle HRMS, PeopleSoft เป็นต้น
2. ระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์เพื่อตอบสนองบทบาทพื้นฐานขององค์การ
คือระบบที่มีการนำมาใช้ในองค์การแล้วมีการปรับปรุงหรือพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ ซึ่งมักจะเริ่มจากระบบพื้นฐานง่ายๆ คือระบบ Payroll แต่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงกับระบบอื่นๆ ได้อย่างสมบูรณ์ การนำระบบสารสนเทศมาใช้จึงเป็นการพัฒนารายงานตามความต้องการของผู้บริหารเป็นครั้งคราวไป ซึ่งระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ในกลุ่มนี้ มักจะเป็นซอฟท์แวร์ที่ได้รับการพัฒนาโดยนักพัฒนาโปรแกรมของไทย อาทิเช่น TJS, HRII, myHR เป็นต้น
3. ระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานของพนักงานในองค์การ
คือระบบที่มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการพื้นฐานของพนักงานในองค์การ คือการคิดเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ (Payroll) ให้ถูกต้องครบถ้วนไม่ผิดพลาด ระบบในกลุ่มนี้จึงยังไม่มุ่งเน้นในการนำเสนอรายงานที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของผู้บริหาร แต่จะมุ่งเน้นการจัดทำรายงานเพื่อการส่งต่อไปให้หน่วยงานราชการ อาทิเช่น ประกันสังคม กรมพัฒนาฝีมือแรงงานฯ สรรพากร เป็นต้น ให้ครบถ้วนเท่านั้น

บุคลากรด้าน HR ต้องเตรียมความพร้อมดังนี้

1. Generalist
ต้องเป็นผู้รู้รอบด้าน (Generalist) โดยต้องมีความรู้ความเข้าใจธุรกิจจนสามารถเชื่อมโยงและสืบค้นสารสนเทศเพื่อนำเสนอให้ผู้บริหารตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ตรงตามความต้องการ และทันต่อความต้องการ ซึ่งสิ่งที่ HR ควรรู้มีมากมาย เช่น ความรู้ด้านการบริหารการเงินและบัญชี การผลิต การตลาดและการขาย โดยจะต้องเข้าใจพื้นฐานในด้านบัญชีต้นทุนและการบริหารงบประมาณที่นำไปเชื่อมโยงกับระบบการประเมินผลและกลยุทธ์การบริหารขององค์การได้
2. Technology Oriented
ต้องเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยี (Technology Oriented) เพื่อทำให้ HR สามารถนำระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. Change Management
ต้องเป็นผู้มีประสาทสัมผัสรับรู้และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว (Change Management) เช่น ทันทีที่เกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจของโลก ควรเตรียมความพร้อมของข้อมูลและสารสนเทศด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้กับผู้บริหารให้ทราบได้ทันทีว่า มีส่วนไหนที่จะสามารถลดค่าใช้จ่ายลงไปได้โดยมีผลกระทบกับองค์การและพนักงานน้อยที่สุด เป็นต้น
4. Cross Cultural / Cultural Balancing
ต้องเป็นผู้สามารถเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมที่หลากหลายได้ (Cross Cultural / Cultural Balancing) เพราะในอนาคต HR จะต้องทำงานร่วมกับคนจากสองฝั่งโลกคือโลกตะวันตกคือกลุ่มยุโรป และสหรัฐอเมริกา กับอีกฝั่งคือฝั่งตะวันออก อาทิเช่น จีน เกาหลี ไต้หวัน ญี่ปุ่น เป็นต้น สิ่งสำคัญที่ตามมาคือการที่ HR จะต้องสามารถสื่อสารได้ไม่ต่ำกว่า 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ/ฝรั่งเศส/รัสเซีย/สเปน/เยอรมัน กับจีน/ญี่ปุ่น/เกาหลี/เวียดนาม เป็นต้น

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

อยากรู้ว่า E-HR และ HRIS เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

บทความนี้มาจากการที่ผมไปตอบกระทู้ในเว็บของ hrcenter เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2548 ครับ

จริงๆ คำสองคำนี้แทบจะไม่ต่างกันเลยครับ จะต่างกันก็แต่เฉพาะเทคโนโลยีที่นำไปใช้เท่านั้นสำหรับความหมายและความสำคัญของ e-HR ผมขอตัดเอาบางส่วนที่เคยเขียนลงในหนังสือพิมพ์ คม-ชัด-ลึก มาก็แล้วกันนะครับ e-HR หรือระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์บนอินเทอร์เน็ต คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในกระบวนการทำงานของ HR ด้วยการเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้อย่างทั่วถึงและง่ายขึ้น e-HR นี้สามารถเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันได้ทั้งระบบภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งทำให้เกิดรูปแบบการใช้งานแบบใหม่ที่เรียกว่า “ร้านค้าของ HR” (HR Store) หรือ e-commerce HR โดยพนักงานสามารถเข้าไปในระบบเพื่อไปดูข้อมูลและแพ็คเกตส่วนลดการท่องเที่ยวต่างๆ ซื้อขายบ้าน และเรื่องอื่นๆ ที่พนักงานให้ความสนใจ เช่น การดูแลลูก รายชื่อและข้อมูลหลักสูตรของโรงเรียนต่างๆ เป็นต้น ไม่เพียงแค่นั้น e-HR ยังมีระบบการจัดการองค์ความรู้ในองค์กร (Knowledge Management) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้หรือเรียนรู้ร่วมกันระหว่างพนักงานซึ่งก็คือการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และพนักงานส่วนหนึ่งที่ไม่มีเวลาในการไปเรียนรู้หรือฝึกอบรมนอกสถานที่ก็สามารถเรียนรู้ผ่านระบบการเรียนทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ตได้โดยง่าย (Distance Learning) ในระบบ e-HR ได้ทำให้ HR สามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยในการวางแผนเชิงกลยุทธ์และปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม ด้วยต้นทุนการจัดการที่ต่ำลง แต่สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงเกิดระบบการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (Employee Self Service: ESS) หรือการจัดการข้อมูลของผู้บริหาร (Manager Self Service: MSS) เกิดขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีในเรื่องอินเทอร์เน็ตมาช่วยในการจัดการให้ต้นทุนในการใช้งานต่ำลงและใช้งานได้ง่ายขึ้น ด้วยระบบ ESS และ MSS พนักงานสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรงด้วยตนเอง เพื่อค้นหา ตรวจสอบ และนำสารสนเทศต่างๆ ไปใช้ในการตัดสินใจได้ และให้แต่ละบุคคลเข้าไปดูแลข้อมูลของตนเองให้มีความทันสมัยอยู่เสมอโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคเข้าสู่ระบบได้จากบ้าน ร้านอินเทอร์เน็ต หรือที่อื่นๆ ทั่วโลก เพียงแค่ให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้ในระบบ e-HR ยังให้พนักงานสามารถจัดการธุรกรรมที่เกี่ยวกับงาน HR ได้มากเพิ่มขึ้น อาทิเช่น การวางแผนการพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Planning) ส่งใบลาผ่านระบบออนไลน์ (e-Leave) การตรวจสอบข้อมูลการปฏิบัติงาน (e-Attendance) การจ่ายเงินเดือนและค่าจ้างออนไลน์ (e-Payroll) การสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรต่างๆ (Enrollment) การบริหารสวัสดิการหุ้น (Stock Options) เป็นต้น ด้วยระบบการทำงานต่างๆ เหล่านี้ทำให้ HR สามารถปรับปรุงวิธีการทำงานของตนเองไปสู่การเป็นผู้จัดการทุนมนุษย์ได้

ส่วน HRIS นั้นมีความหมายที่ผมได้ศึกษาและรวบรวมจากตำราหลายเล่ม และได้มีโอกาสสอนในวิชา Human Resource Information System นี้โดยตรงที่ ม.ศรีปทุม-ชลบุรี และ ม.บูรพา พบว่ายังไม่มีนักวิชาการท่านใดที่ได้พูดถึงความหมายอย่างครอบคลุม ผมจึงพยายามสรุปความหมายที่คิดว่าใกล้เคียงมากที่สุดได้ดังนี้ครับระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Information System) ในทางเทคนิคหมายถึง กลุ่มของระบบงานที่ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์หรือตัวอุปกรณ์ และซอฟต์แวร์หรือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ทำหน้าที่รวบรวม ประมวลผล วิเคราะห์ จัดเก็บ และกระจายข้อมูล ข่าวสาร รายงาน ที่มีความถูกต้อง รวดเร็ว ตรงเวลาให้กับผู้ใช้ เพื่อการนำไปวิเคราะห์ เพื่อการสนับสนุนการตัดสินใจ การปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ การควบคุมการบริหารทรัพยากรมนุษย์ภายในองค์กร และการปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในการบริหารงานของผู้บริหารในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรมนุษย์ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต นอกจากนี้ ยังช่วยประสานงาน วิเคราะห์ปัญหา การสร้างแบบจำลองทางธุรกิจที่มีความซับซ้อน และการก่อให้เกิดหลักการและกลยุทธ์ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ใหม่ๆ

จากการเปรียบเทียบคำสองคำนี้จะพบว่าส่วนที่แตกต่างกันก็คือ1. ขอบเขตของผู้เกี่ยวข้องกับระบบ HRIS จะพูดถึงขอบเขตของผู้ใช้ในองค์กรเป็นหลัก ซึ่งได้แก่ บุคลากรในหน่วยงาน HRIS, Database Administratar, และผู้บริหารที่จำเป็นต้องใช้รายงาน HRIS e-HR จะครอบคลุมถึงผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องกับระบบทั้งหมดทั้งที่เป็นบุคคลภายในและบุคคลภายนอกด้วย กล่าวคือ บุคคลภายใน หมายถึงพนักงานทุกคนทุกระดับ โดยใช้ระบบ Employee Self Service หรือ Manager Self Serviceบุคคลภายนอก หมายถึงบุคคลหรือองค์กรที่ทำงานเชื่อมโยงกับระบบของ e-HR เช่น สายการบินต่างๆ โรงแรม โรงพยาบาล ฯลฯ เพื่อให้พนักงานสามารถจัดการชีวิตของตนเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพา HR2. กระบวนการในการทำงานHRIS จะพูดถึง HR ในบทบาทของผู้เป็นเจ้าของฐานข้อมูลเป็นหลัก แล้วก็มีผู้บริหารในฐานะเป็นผู้ใช้รายงานคนหนึ่งe-HR จะพูดถึง HR ในบทบาทของการเป็นผู้บริหาร จัดการ และดูแลระบบเป็นหลัก แต่ผู้ใช้และดูแลรักษาข้อมูลจะถือว่าเป็นหน้าที่ของพนักงานทุกคน3. วิธีการใช้ฐานข้อมูลและเครือข่ายHRIS จะกล่าวถึงการใช้ฐานข้อมูลผ่านเครือข่าย Client-Server เป็นหลักซึ่งหมายถึงผู้ใช้ต้องลงโปรแกรมซึ่งเป็น Client ที่เครื่องของตนเอง เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อเข้าไปทำงานกับ Server ได้e-HR จะใช้งานในลักษณะเป็น Web-Based ซึ่งเชื่อมต่อโดยใช้ Protocol ของ TCP/IP ผ่านทาง Browser ต่างๆ เช่น Internet Exploror, Netscape,...etc. ซึ่งพนักงานสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบได้จากทุกแห่งทั่วโลก ตลอดเวลาจริงๆ